| ส่วนมากปลาดิบที่มาจากทะเล จะมีรสชาติดีกว่าและมีคุณค่าทางโภชนาการ สูงกว่าปลาดิบจากน้ำจืด |
| ในน้ำมันตับปลาจะมีสาร โอเมก้า3 (Omega3) ที่ช่วยบำรุงสมอง ความจำ เพิ่ม IQ และช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ให้แก่ร่างกาย |
| ไม่ใช่ว่าปลาดิบที่มาจากทะเลจะไม่มีพยาธิ ความจริงแล้ว ปลาทุกชนิด มีโอกาสที่จะมีเชื้อโรคปลอมปนได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ควรเลือกบริโภค จากร้านที่สะอาดและเชื่อถือได้ |
| ปลาดิบที่ซื้อมาเพื่อปรุงอาหาร ควรเก็บในช่องแช่แข็งตลอดเวลา และ ไม่ควรเก็บนานเกิน 2 อาทิตย์ |
| เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า ปรสิตในเนื้อปลาได้ถูกทำลาย ควรเก็บปลาที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส (-4 องศาฟาเรนไฮต์) อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ( หรืออาจเก็บที่อุณหภูมิต่ำกว่านี้ ถ้าตู้เย็นสามารถปรับให้ต่ำลงได้อีก) และควรปรุงอาหารที่อุณหภูมิ -12 องศาเซลเซียส |
| ควรรับประทาน ซูซิ ซาชิมิ ภายในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงหลังจากทำเสร็จ เพราะถ้าทิ้งไว้นาน จะทำให้เสียรสชาติ และคุณค่าทางอาหารเนื่องจากน้ำมันในปลา จะระเหยออกไป และควรหลีกเลี่ยง ซูชิ ซาซิมิ ที่ทำสำเร็จโชว์ไว้ในตู้แช่ เพราะไม่สามารถระบุเวลาได้แน่นอน ว่าเริ่มทำตั้งแต่เมื่อไหร่ |
| การละลายน้ำแข็งจากปลาที่แช่แข็งในตู้เย็น ควรนำปลาออกมาวางไว้ที่อุณหภูมิห้องล่วงหน้า (ก่อนรับประทาน) และไม่ควรใช้น้ำล้าง หรือช่วยในการละลาย เพราะจะทำให้เสียรสชาติ และเสียคุณค่าทางโภชนาการ |
| ควรหั่นเนื้อปลาในขณะที่ปลายังแข็งอยู่ เพราะจะทำให้หั่นง่าย และได้ชิ้นที่สวยงาม |
| ถ้าต้องซื้อซูชิ ซาซิมิ ที่ร้านควรสังเกตุ ว่าคนขายมีขั้นตอนการทำปลาดิบที่สะอาดหรือไม่ (ใส่ถุงมือทุกครั้งที่หยิบปลาหรือเปล่า เพื่อป้องกันการเสี่ยงต่อการติดเชื้อ) |
กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ จากการรับประทานปลาดิบ ได้แก่ คนแก่, เด็กเล็ก, คนตั้งครรภ์ และ บุคคล ที่มีระบบ ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ |